กาฬพฤกษ์
กาฬพฤกษ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia grandis L.f. เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนของทวีปอเมริกา และอเมริกาใต้ โดยพบครั้งแรกในป่าดิบชื้นของอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เช่น ป่าอเมซอน จากนั้นจึงได้แพร่กระจายไปยังเขตร้อนต่างๆ ทั่วโลกซึ่งส่วนมากจะเป็นการกระจายพันธุ์โดยมนุษย์ที่นำไปเพาะปลูกเป็นไม้ประดับโดยมีการบันทึกไว้ดังนี้ พบเปอร์โตริโกในปี พ.ศ.2424 มีชื่อพื้นถิ่นว่า canafistula cimarrona พบในเบอร์มิวดาในปี พ.ศ.2461 และในปี พ.ศ.2467 มีรายงานว่าพบในเซนต์โทมัส เซนต์ครอย คิวบา จาเมกา และทวีปอเมริกาเขตร้อน เป็นต้น ส่วนในทวีปเอเชียพบการปลูกอย่างแพร่หลายเป็นไม้ประดับในมาเลเซียประเทศเอเชียใต้ กัมพูชา และเวียดนามตอนใต้ สำหรับในประเทศไทยพบได้ในทุกภาคของประเทศ
สมุนไพรสำหรับระบบขับถ่าย
คนไทยในสมัยโบราณที่นิยมกินหมากจะใช้เนื้อในฝักของกาฬพฤกษ์มาใช้เคี้ยวกับหมาก ส่วนเปลือกไม้ และเนื้อไม้มีสารที่ให้ความฝาดจึงนิยมนำไปใช้ในการฟอกหนัง อีกทั้งดอกกาฬพฤกษ์มีลักษณะเป็นพวงสีส้มแดงสวยสะดุดตา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆ เช่น บ้าน สวนสาธารณะ วัด รวมถึงสถานที่ราชการต่างๆ อีกด้วย
การนำกาฬพฤกษ์มาใช้
กาฬพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นที่มีความโดดเด่นด้วยดอกสีชมพูสวยงาม นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนสาธารณะ ริมถนน หรือบริเวณบ้าน เพื่อเพิ่มความร่มรื่นและความสวยงามของสถานที่ นอกจากนี้ เนื้อไม้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในงานไม้บางประเภทได้ อีกทั้งยังมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากเป็นต้นไม้ประจำสถาบันการศึกษาบางแห่ง จึงมักถูกนำไปปลูกเพื่อแสดงถึงความผูกพันและความภาคภูมิใจ ด้วยคุณค่าทั้งด้านความสวยงามและความหมาย กาฬพฤกษ์จึงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย



